วันศุกร์ที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2560

เรื่องที่ 2 ความยึดมั่นในศาสนา

หลักธรรมคำสอนทางศาสนา
ศาสนาทุกศาสนา สอนให้คนเป็นคนดี สอนให้มีความรัก ความสามัคคี เมตตา เอ็นดู เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ต่อเพื่อนมนุษย์ และแม้แต่สัตว์เดรัจฉานทั้งหลาย  เนื่องจาก แรงศรัทธาในศาสนาทั้งสิ้น ศาสนาใหญ่ ๆ  ในโลก เช่น พุทธศาสนา ศาสนาคริสต์ ศาสนาอิสลาม เป็นต้น  ล้วนมีความความสำคัญต่อชีวิต ความเป็นอยู่ ของผู้ที่เป็นศาสนิกชน ของศาสนานั้น ๆ และต่อความเจริญมั่นคง ความเสื่อมถอย ของสังคม และชุมชนเป็นอย่างมาก
เนื่องจากในชุมชน หรือสังคมประชาธิปไตย ทุกคนอิสระในการเลือกนับถือ ศาสนา ดังนั้น แต่ละชุมชน จึงมีผู้นับถือศาสนาต่าง ๆ ดังนั้น  การที่จะให้คน ต่างศาสนาอยู่ร่วมกัน ในสังคมอย่างสงบสุข ทุกคนจึงควรมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับ หลักธรรมคำสอน และความเชื่อของศาสนาอื่น ๆ ด้วย เพื่อเป็นพื้นฐาน ในการศึกษาทำความเข้าใจ ในความแตกต่าง ทางสังคมวัฒนธรรม และพฤติกรรม ของผู้ที่นับถือศาสนานั้น ๆ เพื่อการปรับตัว อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ทั้งที่บ้าน  ที่ทำงาน ในชุมชน และสังคมรวมทั้งในโลกนี้
  1. แนวคิดพื้นฐานทางศาสนา
ศาสนาในโลก ที่มีประชาชนนับถือมากที่สุด 3 อันดับ แรกของโลก คือ ศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์  และศาสนาอิสลาม   ซึ่งควรที่จะศึกษา และทำความ เข้าใจ เพื่อใช้เป็นแนวทางใน การดำเนินชีวิต ดังนี้ (สภาการศึกษา มหามกุฎราชวิทยาลัย . 2538 : 1-15)
ประวัติความเป็นมาของศาสนา
ศาสนาโดยทั่วไปหมายถึง คำสั่งสอน การปกครอง หรือ ลัทธิความเชื่อถือ ของมนุษย์ เกี่ยวกับบุญบาป
ในพุทธศาสนา ศาสนาหมายถึง คำสอนของผู้รู้ อันประกอบด้วยเหตุผล โดยไม่เกี่ยวกับพระเจ้า ศาสนาพุทธเกิดจากความกรุณของท่านผู้เป็นศาสดา
ในศาสนาคริสต์ และอิสลาม ศาสนาหมายถึง ความเชื่อมั่นในพระเจ้า โดยไม่มีการคัดค้าน ศาสนาคริสต์ เกิดจากความหวังและความเชื่อมั่นในเรื่องผู้กอบกู้ฐานะยิวและความสำนึกผิดของศิษย์     ศาสนาอิสลาม เกิดจากความเชื่อมั่นและการเมือง คือต้องการรวมชนเผ่าอาหรับให้เป็นชาติดเดียวกัน
องค์ประกอบของศาสนา  จากเนื้อหาคำสอนของศาสนาใหญ่ สามารถ แบ่งองค์ประกอบของศาสนา ได้ 3  ส่วนได้แก่  พระธรรม   หลักศีลธรรม และการ ปฏิบัติตาม คำสั่งสอนของศาสนา ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับชีวิตประจำวัน และทั้ง ในส่วนที่เกี่ยวข้องพิธีกรรม
ลักษณะเฉพาะ  พระพุทธศาสนามี ลักษณะเฉพาะ  คือ  ขึ้นอยู่กับเหตุผล เป็นหลักสำคัญ ส่วนคริสต์ศาสนาและอิสลาม มีลักษณะเฉพาะ  คือ  ขึ้นอยู่กับ ศรัทธาเป็นหลักสำคัญ
คุณค่าและความสำคัญของศาสนา
ศาสนามีคุณค่า และสำคัญอย่างมาก กับการดำเนินชีวิตของทุกคน  ทุกเพศ  ทุกวัยทุกเชื้อชาติ  ดังนี้
  1. ทำให้คนปกครองตนเองได้ ทั้งในที่ลับ และที่แจ้ง ที่มีคนอื่น รู้เห็น และที่ไม่มีใครรู้เห็น เนื่องจากมีความละอาย เกรงกลัวต่อบาป มีวินัย ในตนเอง  เคารพ และปฏิบัติตามข้อห้าม และหลักธรรมคำสอน ด้วยความเต็มใจตลอดเวลา
  2. ศาสนาทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์   ศาสนาเป็นประดิษฐกรรม ทางความคิด อันลึกซึ้งของมนุษย์  เป็นศิลปะอย่างหนึ่งของชีวิต  ซึ่งไม่มีในสัตว์  เพราะมนุษย์สามารถเรียนรู้ ฝึกหัด ฝึกฝน พัฒนาตนทั้งทางกาย วาจา และใจได้ด้วยตนเอง
  3. ศาสนาทำให้มนุษย์ดำเนินชีวิต อย่างมีหลักยึดทางใจ มีสำนึก รับผิดชอบ ในสิ่งที่กระทำว่าเป็นเรื่องที่ดี ที่ถูก ที่ควร หรือไม่เพียงใด มีคุณธรรม ประจำใจเฉพาะตน
  4. ความเชื่อทางศาสนา มีอิทธิพลต่อความคิด และพฤติกรรม ของบุคคล ดังจะเห็นได้จากคนที่เคร่งครัด ในข้อวัตรปฏิบัติต่าง ๆจะไม่ยอมทำ สิ่งที่ผิด ทำนองคลองธรรม ทั้งสิ้น
    5. ศาสนามีส่วนในการ กำหนดบรรทัดฐานทางสังคม โดยเฉพาะ ค่านิยมโลกทัศน์ประเพณี และวิถีชีวิต หรือหลักธรรมในการดำเนินชีวิต   ตั้งแต่เกิดจนตาย เพราะแต่ละศาสนา ย่อมมีเอกลักษณ์เฉพาะ เช่น  การฝังศพ ของชาวมุสลิม   การบวชพระของชาวพุทธ   การแต่งกายของสตรีชาวมุสลิม จะต้องมิดชิด   เป็นต้น
  5. ศาสนาเป็นบ่อเกิดแห่ง ศิลปกรรม วรรณกรรม สถาปัตยกรรม วัฒนธรรมอารยธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี และเนติธรรม เป็นต้น ดังจะเห็น ได้จากถาวรวัตถุต่างๆ  โบสถ์ ศาลา มัสยิด  รวมทั้งพิธีกรรมต่างๆ  ของแต่ละ ศาสนาล้วนแตกต่างกัน
  6. ศาสนาทำให้มนุษย์ เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ มิใช่หุ่นยนต์ หรือเครื่องจักร เพราะศาสนาช่วยกล่อมเกลาจิตใจ ของคนให้ละเอียดอ่อน มีเมตตากรุณา  มีความเอื้ออาทรกัน เป็นต้น
บทบาทของศาสนากับการแก้ไขปัญหาชีวิต
ความเชื่อ และหลักคำสอน ของแต่ละศาสนา เป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิต ของคนในสังคม และมีบทบาทอย่างมาก ต่อความคิด และการกระทำ ในการ ดำเนินชีวิตประจำวัน และการแก้ไขปัญหาชีวิต ของแต่ละบุคคล ทั้งระดับบุคคล และระดับสังคม ดังนี้
  • ศาสนา เป็นศาสตร์เดียวในโลก ที่สอนให้มนุษย์รู้จักตนเอง แต่เนื่อง จากปัญหาชีวิต เกิดจากการที่มนุษย์ไม่รู้จักตนเอง เมื่อไม่รู้จักตนเองแล้ว จะตอบสนองความต้องการของตน หรือหาคำตอบให้ ปัญหาชีวิตได้อย่างไร ดังนั้น ศาสนา จึงมีบทบาทอย่างมาก ที่ช่วยให้มนุษย์รู้จักตนเอง รู้จักหาความ หมายให้กับชีวิต ช่วยให้คนคลายทุกข์ และพบความสุขที่แท้จริง
  • ศาสนา เป็นสถาบันที่มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อแก้ไขปัญหา อันยิ่งใหญ่ที่สุด ของมนุษย์ชาติ ปัญหานั้นก็คือ ปัญหาชีวิต ดังนั้น เมื่อมนุษย์ ส่วนใหญ่ ประสบปัญหาชีวิต จึงมักจะใช้ศาสนาเป็นที่พึ่ง ซึ่งก็ประสบผลสำเร็จ และได้รับผลดีเสมอ
  • ศาสนา พัฒนามาเพื่อช่วยตอบสนองความต้องการ ทางด้านจิตใจ ของบุคคล เป็นสัญลักษณ์ที่ยึดเหนี่ยว ทางจิตใจ ของบุคคลให้คิด และการกระทำต่างๆ อย่างมั่นใจ
  • เนื้อหาของศาสนา เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินชีวิต ที่ถูกต้อง ดีงาม พร้อมทั้งให้สัจธรรมด้วยว่า เป้าหมายของการดำรงชีวิต อยู่เพื่ออะไร และควร ประพฤติปฏิบัติอย่างไร เพื่อให้ความมั่นคงในชีวิต และช่วยให้มีชีวิต อยู่อย่าง มีความหมาย
  • ศาสนาเป็นองค์กรทางสังคม ที่ช่วยในการจัดระเบียบสังคม โดยกำหนดบรรทัดฐาน วางหลักปฏิบัติในการเนินชีวิตช่วยชี้แนะ แนวปฏิบัติทาง ศีลธรรมค่านิยม และโลกทัศน์ ชี้ให้เห็นดีชั่ว อะไรผิด อะไรถูก อะไรไม่ควรทำ เพื่อเป็นบรรทัดฐาน ให้คนในสังคมยึดถือ ปฏิบัติ เพื่อป้องกัน ปัญหาชีวิตต่าง ๆ ที่จะตามมา ดังนั้น ศาสนาจึง มีบทบาททั้งด้านการป้องกัน และการแก้ไข ปัญหาชีวิต ได้ด้วย
  • ศาสนาคือ การวางหลักแห่งความประพฤติของมนุษย์ บนรากฐาน ทางเศรษฐกิจ และสังคม มีบทบาทใน การสร้างความ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ของคนในชาติ และเป็นกลไกอันหนึ่ง ที่ใช้พัฒนาประเทศ ศาสนาจึงมีส่วนช่วย ในเรื่อง การเมือง การปกครอง และการบริหารประเทศเรื่อยมา ด้วยเหตุนี้ ศาสนาจึงมีบทบาทใน การแก้ปัญหาชีวิต และสังคมตลอดมา
  • ศาสนาสอนปัญญาทางโลก และปัญญาทางธรรม ด้วยการพิจารณา อย่างละเอียดทุกแง่มุม ด้วยศาสตร์ต่างๆ มากมายหลายสาขา ดังนั้น การแก้ปัญหาชีวิตด้วยศาสนา จึงเป็นการแก้ปัญหาที่ตรงจุด และเกิดประโยชน์สุข แก่ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
  1. หลักคำสอนของพระพุทธศาสนา
พุทธศาสนา  แปลว่า  คำสั่งสอนของท่านผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน ผู้ปลุกให้ตื่น คือสอน ให้ใช้ปัญญาไตร่ตรอง  ให้เห็นธรรมะตามความเป็นจริง แล้วจึงเชื่อ และปฏิบัติตาม แบ่งออกเป็น 2 นิกาย คือมหายาน และเถรวาท โดยเถรวาท มีพระพุทธเจ้าองค์เดียวกัน คือ  พระสมณโคดมหรือ  พระศากยมุนี  และถือเรื่องอริยสัจเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อเป้าหมาย สูงสุด คือ ความพ้นกิเลส ชาติภพ  ในขณะที่มหายาน มีพระพุทธเจ้าหลายองค์ เรียกว่า พระโพธิสัตว์  เช่น พระอวโลกิเตศวร  พระอริยเมตไตรย เป็นต้น มหายาน ถือเรื่องบารมีเป็นสำคัญ เพื่อเป้าหมายให้ถึงความสำเร็จ เป็นพระโพธิสัตว์ แม้ว่าทั้ง 2 นิกายจะแตกต่างกันบ้าง แต่จุดหมายปลายทาง ก็เพื่อความพ้นทุกข์เหมือนกัน  เพราะจุดมุ่งหมายสูงสุด ของพระพุทธศาสนา คือ ความพ้นทุกข์ โดยศาสนาพุทธมุ่งเน้นสอนในเรื่องต่อไปนี้
  • สอนให้เดินสายกลาง คืออย่าให้ตึง อย่าให้หย่อน อย่าให้ซ้ายจัดหรือขวาจัด การเดินสายกลางเป็นหลักที่เหมาะสมกับทุกเรื่องทุกอย่างและเป็นทางดับทุกข์ได้
  • สอนให้ช่วยตนเองไม่หวังพึ่งเทวดา โชคชะตาหรือแม้แต่พระเป็นเจ้า “ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน” คำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นเครื่องชี้ทาง แต่การกระทำ เป็นสิ่งที่ผู้ต้องการพ้นทุกข์ จะต้องทำเอง
  • สอนให้รู้จักกฎแห่งเหตุผล สิ่งทั้งหลายทั้งปวง มีเหตุปัจจัย เป็นไปตามเหตุปัจจัยมีกฎในตัวของมันเอง เรียกว่า กฎธรรมชาติ หรือกฎแห่งกรรม ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว
  • ด้านการประพฤติปฏิบัติ สอนให้เว้นจากความชั่ว ให้ทำความดี และทำจิตใจให้บริสุทธิ์
  • สอนให้ไม่ประมาท เตือนสติว่า สิ่งทั้งหลายไม่เที่ยง ให้ตั้งตนอยู่ด้วยความไม่ประมาท อย่ายึดมั่น ถือมั่นในสิ่งใด จะได้ไม่ทุกข์
การนำหลักคำสอนของพุทธศาสนาไปใช้ในชีวิตประจำวัน
  1. การทำความดี เพื่อความดี ไม่ใช่เพื่อหวังรางวัลหรือสิ่งตอบแทน
  2. การกระทำที่ถือเป็นความชั่ว หรือ บาปในพุทธศาสนา ได้แก่ การฆ่าคน ฆ่าสัตว์ โดยมีเจตนา แม้ว่าจะฆ่า เพื่อทำบุญ การลักขโมยทุกชนิด การประพฤติเป็นชู้ กับคนที่ มีเจ้าของแล้ว การพูดเท็จ พูดส่อเสียด พูดคำหยาบทุกอย่าง  การดื่มเหล้า และของมึนเมา
  3. การเกิดการตายพุทธศาสนา เชื่อว่าคนตาย แล้วยังมีเหตุ คือ กิเลสอยู่ต้องเกิด แต่จะเกิดเป็นอะไรนั้นแล้วแต่ เหตุคือ ความดี ความชั่ว ที่ทำเอาไว้ จะเวียนว่ายตายเกิด อยู่อย่างนั้น จนกว่าจะหมดกิเลส จึงไม่มีการเกิดอีก เรียกว่า นิพพาน ซึ่งต้องอาศัยเหตุ คือ การปฏิบัติธรรม
  4. พุทธศาสนาเชื่อว่า “ความดีเรียกบุญ ความชั่วเรียกบาป” ทั้งบุญและบาป เป็นเรื่องเฉพาะตัวไม่ใช่สิ่งติดต่อกันได้ ใครทำใครได้ ฉะนั้นบุญหรือบาปจึงเกิดที่ตัวคนทำเอง
  5. พุทธศาสนาแสดงหลักธรรมขั้นสูงว่า ไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “ตัวตน” การเลิกยึดถือว่า ของเรา ของเขา ได้ ถือเป็นความสุขอย่างสูงสุด
  6. ให้กลัวต่อความชั่ว กลัวต่อการเวียนว่าย ตายเกิด กล้าทำในความดี และให้ละอายต่อการทำชั่ว
  7. ให้เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ ไม่เชื่อในสิ่งที่ไม่ควรเชื่อ คือให้เชื่อโดยใช้วิจารณญาณ
  8. สอนให้ทำตนให้เป็นอิสระ จากเครื่องผูกมัด คือ กิเลส ไม่ให้เป็นทาสสิ่งใด
  9. บำเพ็ญประโยชน์และช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ
ผลของการปฏิบัติตามหลักคำสอนของพุทธศาสนา
หลักคำสอนในพระพุทธศาสนาถือการกระทำเป็นใหญ่ คนจะดีหรือชั่ว ขึ้นอยู่กับการกระทำของผู้นั้นเอง ผลโดยรวมแก่คนในวัยต่างๆ ตามหลักปฏิบัติ คือ
  1. วัยเด็ก ให้ก้าวเท้าที่ถูกต้อง ตั้งแต่ก้าวแรก คือ สอนให้คิดดีทำดี พูดดี
  2. วัยรุ่นหรือหนุ่มสาว สอนให้มีวิธีการบังคับตัวเองที่จำเป็นยิ่งในการดำเนินชีวิต เพราะเป็นวัยหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต ต้องรู้จักควบคุมตนเอง
  3. วัยผู้ใหญ่ สอนแนวทางแสวงหาความสำเร็จ ความเจริญก้าวหน้า ความสงบสุข หรือความไม่มีทุกข์ ในการดำเนินชีวิตประจำวัน
  4. วัยชรา สอนให้พบความสุขสงบทางธรรม หลังจากได้ผ่านความสุขทางโลกมาแล้ว
ผลของการปฏิบัติตามหลักคำสอนของพุทธศาสนา คือการปฏิบัติตามหลักคำสอนที่ว่า “ไตรสิกขา” ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา ย่อมให้ผลแตกต่างกัน ตามเหตุ ปัจจัย อานิสงค์ของการรักษาศีล จะเป็นผู้ไม่พิการ ใบบ้า บอด หนวก หรือโรคภัยเบียดเบียน อานิสงค์ของทานส่งผลให้เป็นผู้ร่ำรวย สมบูรณ์ด้วยทรัพย์ อานิสงค์ของภาวนา เป็นผู้มีสติสัมปชัญญะ ฉลาดหลักแหลม สว่าง สงบ เป็นต้น
  1. หลักคำสอนของคริสต์ศาสนา
คริสต์ศาสนา  แปลว่า คำสอนของผู้ไถ่บาป หมายรวมถึง 2 นิกาย ใหญ่ๆ คือนิกายโรมันคาทอลิก และนิกายโปรเตสแตนท์  โดยนิกายโรมันคาทอลิก มีศูนย์กลางอยู่ที่ กรุงโรม และนิกายโปรเตสแตนท์ ได้แตกแยกมาจากคาทอลิก เป็นกลุ่มย่อยต่างๆ มากมาย โดยทั้งสองนิกาย เน้นการร่วมมือกันให้เกิดสันติภาพ และการอยู่ร่วมกัน อย่างมีความสุข  ชาวคริสต์ถือปฏิบัติตามหลักคำสอน ดังนี้
  • ความรัก เป็นหัวใจของคริสต์ศาสนา คือ รักพระเจ้าด้วยสิ้นสุดจิตใจ และสิ้นสุดความคิดของเจ้า
  • รักเพื่อนบ้านเหมือนรักตนเอง เชื่อว่า พระเจ้าสูงสุด เป็น “บิดา” ของมนุษย์ทั้งมวล ความรักในพระเจ้าและความรักในเพื่อนมนุษย์ จึงเป็นเครื่องวัดจริยธรรมของชาวคริสต์
  • จุดมุ่งหมายสูงสุด คือ การอยู่ร่วมกับพระเจ้าในสวรรค์ ศาสนาคริสต์สอนเรื่องการทำความดี ทำเพื่อพระเจ้า สอนให้พึ่งพระเจ้า แม้จะสอนว่าจงช่วยตัวเองก่อน แล้วพระเจ้าจะช่วยท่าน ก็ลงที่ให้พึ่งพระเจ้านั่นเอง

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

เรื่องที่ 3 การเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์

การสอนลูกให้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์มีประโยชน์ต่อเด็กอย่างไร? เด็กที่มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ จะเติบโตไปเป็นพลเมืองดีของชาติ ธำรงไว้ซึ่...